จับตาวาระ กสท. อนุผู้บริโภคเสนอบทลงโทษการโฆษณาให้โหลดคลิปโป๊ในทีวีดาวเทียม อนุเนื้อหาเสนอปรับขั้นต่ำไทยพีบีเอส เสนอข่าวกลุ่มดาวดิน

          การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ครั้งที่ 37/2558 วันจันทร์ที่ 9 พ.ย. นี้ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า มีวาระการประชุมน่าจับตา ได้แก่ การพิจารณาโทษทางปกครอง กรณีการออกอากาศช่วงสกู๊ปข่าวนักศึกษากลุ่มดาวดิน รายการ ที่นี่ Thai PBS ออกอากาศวันที่ 25 มิ.ย. 58 มีเนื้อหาไม่เหมาะสม อันอาจเป็นการปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้งหรือสร้างความแตกแยกได้ อันเป็นเนื้อหาการต้องห้ามตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฉบับได้แก่ ฉบับที่ 97/57 ลงวันที่ 18 ก.ค. 57 และฉบับที่ 103/57 ลงวันที่ 21 ก.ค. 57 สกู๊ปดังกล่าว

          "หลังจากเรื่องนี้เคยเข้ามาและถกเถียงกันยาวนาน ในที่สุด อนุกรรมการด้านเนื้อหาก็เสนอ กสท. ให้ลงโทษปรับขั้นต่ำสถานีไทยพีบีเอส กรณีเสนอข่าวกลุ่มดาวดิน ทว่าเสียงในอนุกรรมการด้านเนื้อหา ออกมาไม่เอกฉันท์ คงเช่นเดียวกับการลงมติใน กสท. ที่จะไม่เอกฉันท์ เพราะดิฉันคงสงวนความเห็นต่างในเรื่องนี้ เพราะไม่คิดว่าการเสนอข่าวเรื่องกลุ่มนักศึกษาดาวดินจะขัดกฎหมายได้ ไม่อยากให้มติ กสท. ในเรื่องนี้ส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัวในการทำหน้าที่ของทีวีสาธารณะ และ สื่อมวลชนในภาพรวมมากไปกว่านี้" สุภิญญากล่าวเพิ่มเติม
วาระอื่นๆน่าจับตา ได้แก่ การพิจารณากรณีการออกอากาศโฆษณา "คลิปซี้ด สนั่นโซเชียล" ทางช่องรายการ Asian Major Channel และออกอากาศโฆษณา "คลิปเด็ด เน็ตไอดอล" ทางช่องรายการ Asian Major Channel ที่มีเนื้อหาสาระเข้าข่ายลามกอนาจาร อันเป็นเนื้อหาต้องห้ามมิให้ออกอากาศตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ตามมติ กสท.ครั้งที่ 29/58 วันที่ 31 ส.ค. 58 ได้มีโทษปรับทางปกครองเป็นเงินห้าแสนบาท พร้อมทั้งได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พิจารณาตรวจสอบโฆษณานี้เพิ่มเติมว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ นั้น
          คณะอนุกรรมการฯ ได้พิจารณาเพิ่มเติมแล้วเห็นว่า การโฆษณาคลิปทั้งสองช่องนี้มีลักษณะการโฆษณาเพื่อเป็นช่องทางการขายบริการทางเพศซึ่งผิดกฎหมาย พร้อมทั้งมีการเชิญชวนให้ผู้รับชมกดโทรศัพท์สมัครบริการรับชมคลิปด้วยการกดโทรศัพท์ โดยไม่ระบุเงื่อนไขหรือค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้ชมเกิดค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นและไม่รู้เงื่อนไขทั้งหมด ถือเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคตามที่ พ.ร.บ. และ ประกาศ กสทช.ที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควรมอบหมายสำนักงานส่งหนังสือแจ้งทั้งสองบริษัทให้ระมัดระวังการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค
          พร้อมกันนี้ จากกรณีดังกล่าว คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ได้เสนอแนวทางกำหนดการอากาศรายการหรือการโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการจูงใจผู้บริโภคเลือกใช้บริการหรือสินค้าผ่านช่องทางโทรคมนาคม ที่เป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2555 ข้อ 5(12) โดยมีลักษณะ ได้แก่ ไม่ระบุเงื่อนไขหรือค่าใช้จ่าย หรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เป็นการสร้างภาระแก่ผู้บริโภคโดยไม่จำเป็น หรือระยะเวลาสิ้นสุดหรือไม่ระบุการยกเลิกอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการติดตามส่งข้อความเน้นย้ำเพื่อชักจูงให้ผู้บริโภคใช้บริการต่อ เมื่อผู้บริโภคใช้บริการแล้วโดยไม่มีเหตุอันควร และเป็นบริการสินค้าที่ผิดกฎหมาย หรือขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเป็นการสร้างความเชื่องมงายให้แก่ผู้บริโภค โดยปราศจากการพิสูจน์จากข้อเท็จจริงและเหตุผล
          และวาระอื่นๆ ติดตามผลการประชุมทั้งหมดในวันจันทร์นี้...