2 เทพแห่งวงการครีเอทีฟจากเอเจนซี่โฆษณาตัวท็อปของไทย “เจ. วอลเตอร์ ธอมป์สัน” และ “ลีโอ เบอร์เน็ทท์” เผยวินาทีปิ๊งไอเดียสำคัญ เบื้องหลังผลงานสร้างสรรค์ชิ้นโบว์แดง

          มวลรอบตัวระหว่างนั่งคุยกับครีเอทีฟขั้นเทพ 2 คน 'สาธิต จันทร์ทวีวัฒน์' แห่งเจ. วอลเตอร์ ธอมป์สันและ 'พี่เข้ – สมพัฒน์ ทฤษฎิคุณ' แห่งลีโอ เบอร์เน็ทท์ เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย เพลิดเพลิน และหมกมุ่น อันเป็นขุมพลังสำคัญที่ทั้งสองคนบอกว่า "นี่แหละ แหล่งกำเนิดไอเดียสร้างสรรค์ชั้นดี"


ไอเดียเจ๋งๆ ไม่เคยสะกิดให้เรารู้ตัวว่าจะมาตอนไหน
          ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ทำงานด้านการสร้างสรรค์ (หรือใฝ่ฝันอยากจะทำงานสร้างสรรค์) จะเข้าใจประโยคนี้เป็นอย่างดี อาชีพที่สมองต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนั่งบนชักโครก โหนรถไฟฟ้า หรือ กำลังจะเคลิ้มหลับก็ตาม ไม่ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่ แต่เมื่อ "ไอเดียดีๆ" มันผุดขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทุกกิจกรรมจะต้องหยุดไปชั่วขณะเพื่อควานหาอะไรมาจดโน้ตเอาไว้กันลืม แม้แต่ครีเอทีฟตัวพ่อแห่งวงการยังเคยลืมเพราะจดไว้ไม่ทัน!
          ภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยรางวัลนับไม่ถ้วนของ 'สาธิต จันทร์ทวีวัฒน์' ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายความคิดสร้างสรรค์แห่งเจ. วอลเตอร์ ธอมป์สัน กรุงเทพฯ (J. Walter Thompson Bangkok) เป็นการ
          การันตีความสามารถของเขาในฐานะหัวเรือใหญ่ฝ่ายครีเอทีฟในเอเจนซี่โฆษณาตัวท็อปของประเทศไทย โดยพี่สาธิตได้เปิดเผยว่า "จริงๆ แล้วไอเดียของผลงานของพี่ทุกวันนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ไม่ทันตั้งตัวตลอด เช่น ตอนกำลังนั่งดูทีวี เล่นกับหมา ล้างจาน หรือเข้าห้องน้ำ เคยมีอยู่ครั้งหนึ่งตอนกำลังจะเคลิ้มหลับ อยู่ดีๆ ก็ปิ๊งไอเดียเจ๋งๆ ขึ้นมา ในวินาทีนั้นต้องดีดตัวเองขึ้นมาอย่างเร็วเพื่อพิมพ์ความคิดนั้นลงไปในอีเมลล์แล้วส่งเข้าหาตัวเองเอาไว้กันลืม ปกติพี่เป็นคนไม่พกสมุดโน้ต ถ้าไม่ใช่วิธีนี้ก็จะหาอะไรที่ใกล้ตัวที่สุดมาจด ไม่ว่าจะเป็น มือตัวเอง นามบัตร หรือใบเสร็จ บางทีก็มีจดลงในสมาร์ทโฟนบ้าง แต่กว่าจะเปิดแอพพลิเคชันขึ้นมาก็ลืมไปหมดแล้ว ถ้าลืมทีนี่เรื่องใหญ่เลยนะ กว่าจะรื้อฟื้นขึ้นมาได้ว่าคิดอะไรไป อาจจะสูญไอเดียเจ๋งๆ ไปตลอดกาลเลยก็ได้"
          ด้าน 'พี่เข้ – สมพัฒน์ ทฤษฎิคุณ' ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย (The Leo Burnett Group Thailand) หนึ่งในผู้นำทีมสร้างสรรค์ผลงานโฆษณาชิ้นโบว์แดงของไทยที่ได้รับรางวัลบนเวทีการประกวดโฆษณาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เล่าว่า "หลายครั้งที่ไอเดียดีๆ ของพี่เกิดขึ้นตอนเข้าห้องน้ำ ก่อนกำลังจะเข้าประชุมครั้งหนึ่ง เราก็เข้าไปนั่งปลดทุกข์ในห้องน้ำก่อน เลื่อนดูนู่นดูนี่ในโทรศัพท์ไปเรื่อยก็เกิดคิดอะไรดีๆ ออก โชคดีที่โทรศัพท์ของพี่มีปากกา เลยสามารถจดโน้ตความคิดที่ส่งตรงจากสมองสู่มือได้ในทันที สุดท้ายพอเอาไอเดียที่คิดได้ในห้องน้ำเมื่อสักครู่ไปนำเสนอให้ลูกค้าฟัง ลูกค้าก็ชอบและซื้อไอเดียนี้ด้วยนะ ตอนนั้นถ้าจดมันไว้ไม่ทัน คงไม่มีทางได้ทำโฆษณาดีๆ ชิ้นนั้นขึ้นมา"
          หลังจากที่ได้พูดคุยกับพี่ทั้งสองก็มีข้อสังเกตบางอย่างเกิดขึ้น "ไอเดียดีๆ มักจะเกิดขึ้นตอนสมองผ่อนคลาย?" เราถาม และคำตอบที่ได้รับกลับมาคือ "ใช่" พร้อมกับข้อแนะนำอีก 2-3 ข้อ "ถ้าเราอยากเป็นนักคิดสร้างสรรค์ตัวเต็ง หนึ่งคือเราต้องหมกมุ่น เสพงานเยอะๆ ดูไอเดียเจ๋งๆ บ่อยๆ สองคือเราต้องเพลิดเพลินไปกับมัน พยายามเข้าไปสัมผัสให้ถึงความคิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผลงานต่างๆ และสามคือปล่อยสมองให้ผ่อนคลาย แล้วมันจะตกตะกอนออกมาเป็นไอเดียชั้นยอดที่เราก็คาดไม่ถึง และที่สำคัญ เราไม่มีทางรู้ตัวได้เลยว่ามันจะตกตะตอนที่ไหน เมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์บางอย่างที่ช่วยโน้ตไอเดียที่มันอาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที ปัจจุบันนี้ก็มีแค่สมาร์ทโฟนนี่แหละที่ติดตัวเราอยู่ตลอดเวลา สมาร์ทโฟนที่มีปากกาก็จะช่วยได้มาก อย่าง ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต5 ที่มาพร้อมปากกา S Pen"
          ก่อนจะจากเราได้ทิ้งคำถามสำคัญไว้ให้ 'พี่สาธิต' และ 'พี่เข้' ว่า "สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดในการทำงานในสายอาชีพโฆษณาคืออะไร" พี่ทั้งสองได้บอกไปในทำนองเดียวกันว่า โฆษณาเป็น 'สื่อ' ที่นำ 'สาร' ไปสู่สาธารณะ ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างสรรค์มาเพื่อความต้องการที่จะขายของหรือล่ารางวัลเท่านั้น แต่ 'สาร' นั้นจำเป็นต้องมี 'คุณค่าที่ดี' บางอย่างที่ทำให้ผู้คนหรือสังคมได้ 'ฉุกคิด' หรือ 'ตระหนัก' ถึงบางสิ่งที่จะทำให้โลกนี้ดียิ่งขึ้น ผลงานหลายชิ้นที่เกิดขึ้นจากชุดความคิดนี้ คือสิ่งที่ภาคภูมิใจมากที่สุดในการทำงานโฆษณา
          และนี่คือเคล็ดลับความสำเร็จของ 2 เทพตัวจริงแห่งวงการครีเอทีฟไทย