ซื้อโฆษณาควบอีเวนต์มาแรง

   แม็ทชิ่ง ชี้เทรนด์ธุรกิจหันซื้อโฆษณาควบงานอีเวนต์แบบครบวงจรแนะผลิตงานแบบครีเอทีฟ ล่าสุดทุ่มงบกว่า 10 ล้านจัดบิ๊กอีเวนต์ “Golf& Bike Fest 2014” จับกลุ่มครอบครัว มั่นใจทั้งสปอนเซอร์-ขายบัตร ดันยอดเข้าเป้า หลังพิษการเมืองช่วงปลายปีฉุดงานอีเวนต์ล่ม ทำรายได้หายวูบ พร้อมตั้งเป้าโกยรายได้ปี 57 โต 30%
   นายสมบุญ ชีวสุทธานนท์กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านสื่อเอนเตอร์เทนเมนต์ และผู้ผลิตนิตยสาร CHEEZE และ LOOKERเปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อโฆษณา หรือซื้องานอีเวนต์ลูกค้าจะมองงานที่ครบวงจร และมีคุณภาพพร้อมราคาที่สมเหตุสมผล ดังนั้นมองว่าสื่อเอนเตอร์เทนเมนต์ต่อไปเกือบทุกประเภทไม่ควรที่จะขายโฆษณาแบบแยกเดี่ยว แต่ควรที่จะให้โฆษณาทุกรูปแบบ อาทิ สื่อทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ และอีเวนต์ ควรต้องเดินไปควบคู่กัน ส่งผลให้นโยบายในการทำธุรกิจของบริษัทในปีนี้จะให้ความสำคัญกับรูปแบบการทำตลาดดังกล่าวมากขึ้น
    โดยบริษัทจะจัดงานอีเวนต์ภายใต้ชื่อ Golf & Bike Fest 2014 ขึ้นในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคมนี้ ณเมาท์เท่น ครีก กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเด้นท์ เขาใหญ่ เพื่อรองรับกลุ่มครอบครัวที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมทั้งใช้กลยุทธ์สื่อการตลาดทุกรูปแบบที่มีอยู่มาใช้ภายในงาน โดยการจัดงานครั้งนี้ใช้งบลงทุนราว 10 ล้านบาทมีสปอนเซอร์ที่เข้ามาร่วมแล้วกว่า 50%ซึ่งตํ่ากว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แต่บริษัทเชื่อว่าหากสามารถขายบัตรงานGolf & Bike Fest 2014 ได้มากกว่า 50%ก็จะช่วยบริษัทมีรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ “บริษัทจะใช้การประชาสัมพันธ์และการตลาดผ่านสื่อทีวี และนิตยสาร โดยในส่วนของทีวีบริษัทจะจับมือกับช่อง 7 เพื่อส่งเสริมงานดังกล่าวและประชาสัมพันธ์กับผู้ชมในวงกว้างขณะที่สื่อนิตยสารก็จะจับกลุ่มวัยรุ่น”
    อย่างไรก็ดีในปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีลูกค้าใช้จ่ายเงินโฆษณาผ่านสื่อมากนักซึ่งบริษัทก็ได้รับผลกระทบเช่นกันโดยเฉพาะในช่วงปลายปี ที่ถูกยกเลิกงานอีเวนต์ซึ่งมีมูลค่าการจัดงานกว่า 10 ล้านบาท ดังนั้นในปีนี้บริษัทจึงหันมาปรับแผนกลยุทธ์ใหม่โดยจะรุกสื่อทีวีดิจิตอลให้มากขึ้น และเน้นการผลิตคอนเทนต์รายการป้อนให้กับช่องฟรีทีวี และให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต่างๆเช่าอุปกรณ์เพื่อการถ่ายทำซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้วางงบการลงทุนกว่า 100 ล้านบาทในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น กล้อง ระบบไฟ เป็นต้น
    สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปีที่ผ่านมามีรายได้เติบโต11% และมีกำไรเติบโตมากกว่า 25% ขณะที่ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 30%และมีกำไรเติบโต 15% แบ่งออกเป็นรายได้จากกลุ่มธุรกิจผลิตรายการ 35%ธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำรายการ 35-40% นิตยสาร 10-15% ธุรกิจอีเวนต์ 5%และรับจ้างผลิตโฆษณา ภาพยนตร์ 5%“ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้จากธุรกิจนิตยสารลดลง ทำให้บริษัทต้องปรับแผนด้วยการออกนิตยสารรูปแบบ Freecopy เพื่อหล่อเลี้ยงกลุ่มธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ให้เติบโตได้ต่อเนื่อง จากเดิมจะมียอดขายจากนิตยสารเป็นหลัก แต่หลังจากยอดขายชะลอตัวลงจึงต้องหันมาให้ความสำคัญกับการขายโฆษณาลงในสื่อFree copy แทนซึ่งการปรับกลยุทธ์นี้จะช่วยพยุงกลุ่มธุรกิจนิตยสารให้อยู่รอดส่วนธุรกิจอีเวนต์บริษัทจะเน้นผลิตงานที่เป็นรูปแบบสร้างสรรค์ และผนึกกับสื่อด้านต่างๆ ทีวี สื่อสิ่งพิมพ์ ให้เป็นรูปแบบครบวงจรมากขึ้น”

ที่มา: หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ