ลีโอ เบอร์เนทท์ปั้นคนรุ่นใหม่

    "ลีโอ เบอร์เนทท์" มั่นใจฐานลูกค้าแข็งแกร่ง ตั้งเป้าโกยรายได้เพิ่ม 8-10% ในปีนี้ พร้อมปรับยุทธศาสตร์ โครงสร้างธุรกิจ การทำงานรับสื่อใหม่  ชี้วงการเอเยนซีแข่งขันสูง หวั่นเปิดศึกชิงบุคคลากร  สงกรานต์ เศรษฐสมภพสงกรานต์ เศรษฐสมภพหลังส่งสัญญาณสมองไหลสู่วงการทีวีดิจิตอล  ขณะที่เศรษฐกิจซบ  การเมื่องป่วนฉุดตลาดโฆษณาทรุดต่อเนื่อง ส่วนเปิดเออีซีกระตุ้นเอเยนซีเวิลด์ไวด์คึกคัก
    นายสงกรานต์ เศรษฐสมภพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ ลีโอ เบอร์เนทท์ กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีเป้ารายได้เติบโตสูงกว่าตลาดเม็ดเงินโฆษณา  ขณะที่ภาพรวมของตลาดเติบโตเพียง 2 - 3% เท่านั้น  สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8 - 10% เนื่องจากมีงานจากลูกค้าฐานปัจจุบันเพิ่มขึ้น  อีกทั้งยังมีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามา  ดังนั้นบริษัทเชื่อว่าเป้าหมายที่บริษัทคาดการณ์ไว้จะเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน
    โดยในครึ่งปีแรก บริษัทกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจ โดยวางโครงสร้างกระบวนการทำงานให้เป็นไปตามยุคสมัย  ในเบื้องต้นจะมุ่งเน้นการพัฒนาบุคคลากรของบริษัทให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงด้านสื่อต่างๆที่เกิดขึ้น  อีกทั้งในขณะเดียวกันบริษัทจะดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรโดยการรวมแผนกในบริษัทบางส่วนให้ทำงานร่วมกัน  เพื่อลดขั้นตอนบางชนิดที่มีความยุ่งยากและซับซ้อนออกไป
    "การปรับโครงสร้างใหม่ครั้งนี้บริษัทมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด   ขณะเดียวกันหากย้อนไปในอดีตที่ผ่านมาโครงสร้างขององค์กรจะเน้นการทำงานสื่อแต่ละประเภทแตกต่างกัน  แต่ในปัจจุบันการเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยมีช่องทางสื่อออนไลน์ที่เพิ่มเข้ามาและมีบทบาท  ดังนั้นบริษัทจึงต้องพยายามหาวิธีการรูปแบบต่างๆในด้านการทำงานมาตอบโจทย์ลูกค้า"
    อีกทั้งปีนี้จะมีสื่อรูปแบบใหม่อย่างทีวีดิจิตอลเพิ่มเข้ามา  ทำให้เชื่อว่าในปีนี้จะเป็นปีที่มีบุคลากรในวงการทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังขาดแคลนเป็นอย่างมาก  ซึ่งในขณะนี้ก็เริ่มเห็นการแย่งซื้อตัวกันเกิดขึ้นแล้ว  แต่สำหรับบริษัทมีนโยบายจะไม่แย่งชิงบุคลากรกับใคร เนื่องจากมองว่าการแย่งซื้อตัวในระยะยาวบุคคลเหล่านั้นจะอยู่ในองค์กรไม่ยั่งยืน  แต่มองว่าจะสร้างเด็กรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นมา  เพื่อจะให้เด็กรุ่นใหม่เล็งเห็นว่าอาชีพเอเยนซี หรือนักโฆษณายังเป็นอาชีพที่น่าสนใจเสมอ  ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาหลังจากรู้ผลผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลเป็นที่เรียบร้อย  ได้มีผู้ประกอบการบางรายเข้ามาติดต่อให้บริษัทสร้างแบรนด์ของช่องให้เพื่อจะดึงดูดผู้ชมให้เข้ามามากขึ้น  ซึ่งขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณางานดังกล่าวอยู่
    "ภาพรวมตลาดโฆษณาในปีที่ผ่านเป็นปีที่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ และการเมืองเข้ามากระทบ  ส่งผลให้การเติบโตของตลาดโฆษณาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้  โดยในช่วงต้นปี 2556 บริษัทได้คาดการณ์ตลาดรวมโฆษณาจะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 10%  แต่ในช่วงปลายปีพบเม็ดเงินโฆษณากลับเติบโตเพียง 2% เท่านั้น  ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวจนถึงขณะนี้พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลงจากเดิมจำนวนมาก  ส่งผลให้กลุ่มแบรนด์สินค้าต่างๆจำเป็นต้องตัดงบโฆษณา  อีกทั้งบริษัทมองว่าหากปัญหาการเมืองยังยืดเยื้อออกไปอย่างนี้ต่อเนื่อง  อาจจะส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณามีเม็ดเงินลดลงอย่างต่อเนื่อง"
    ขณะเดียวกันในปี 2558 ที่กำลังจะเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี  บริษัทมองว่าธุรกิจโฆษณาหรือเอเยนซีจะเกิดการแข่งขันในรูปแบบขยายเขตแดนมากขึ้น การทำงานจะอิสระ ซึ่งบริษัทมองว่าหากเกิดเออีซีเมื่อไร บริษัทค่อนข้างได้เปรียบเนื่องจากลีโอเบอร์เนทท์เป็นบริษัทโกลบัล  และมีเครือข่ายบริษัทหรืออฟฟิศตั้งอยู่เกือบทุกประเทศอาเซียน  ดังนั้นบริษัทจึงมีความได้เปรียบของการแข่งขันในการทำงานที่มีพันธมิตรอยู่ในเพื่อนบ้านเกือบทุกประเทศ
    นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาการแข่งขันของตลาดเอเยนซีค่อนข้างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง  จากเดิมที่เคยแข่งขันกันเองแต่ในปีนี้เมื่อมีสื่อใหม่ต่างๆ เพิ่มเข้ามา จึงทำให้บริษัทต้องเตรียมตัวด้านการทำงานเพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการใช้เงินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  แต่ในขณะเดียวกันแม้สื่อออนไลน์จะเพิ่มเข้ามา  แต่บริษัทก็ยังคงไม่ก้าวไปลงทุนทีเดียว  เนื่องจากบริษัทเล็งเห็นว่าการสื่อสารในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นช่องทางไหน  หากทำคอนเทนต์ออกมาให้ดี สร้างคาแรกเตอร์ของแบรนด์ลูกค้าให้ชัดเจน  ก็สามารถทำให้แบรนด์นั้นได้รับการตอบรับที่ดีได้  เพราะว่าทุกสื่อล้วนแล้วแต่เป็นช่องทางการสื่อสารทั้งสิ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของการโฆษณาก็คือความคิดสร้างสรรค์

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ