การเมืองวุ่นธุรกิจชะลองบฯไตรมาส1 แคมเปญเลื่อนอุตลุด/"อีเวนต์-โฆษณา"กระอัก

   ไตรมาส 1 อึมครึม ธุรกิจจับตาใกล้ชิด ปรับแผนรับมือสถานการณ์ ทั้งเลื่อนเปิดตัวสินค้า ปรับงบฯการตลาด โยกใช้บีโลว์เดอะไลน์ ตั้งรับสถานการณ์การเมืองฉุดกำลังซื้อ มู้ดไม่เอื้อ เร่งปรับแผน-แห่หั่นงบฯโฆษณาไตรมาส 1 ธุรกิจอีเวนต์-โฆษณากระทบหนัก คาดงบฯซื้อสื่อมกราคมร่วง 20% ออร์แกไนเซอร์ชี้เดือนแรกกิจกรรมตลาดเลื่อนกว่า 10 งาน

สถานการณ์การเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการทำตลาดของธุรกิจต่าง ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่เห็นชัดเจนคือกลุ่มสินค้าต่าง ๆ ที่มีแผนเปิดตัวแคมเปญตลาด หรือโปรดักต์ใหม่ที่ต้องชะลอแผนออกไป รวมถึงการตัดสินใจลดงบฯการตลาดช่วงไตรมาส 1 จากสภาพกำลังซื้อที่ซบเซาและการเมืองที่ยังคงวุ่นวาย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งเอเยนซี่โฆษณา อีเวนต์ ออร์แกไนเซอร์ผู้จัดงานต่าง ๆ ที่ต้องวางแผนรับมืออย่างหนักกับตลอด 3 เดือนแรกของปีนี้

ปรับแผนธุรกิจตามสถานการณ์ 

นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด การดำเนินธุรกิจขณะนี้ยังไม่มีการทบทวนอะไรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าบรรยากาศต่าง ๆ ไม่เหมาะกับการจัดกิจกรรมการตลาดหรือเปิดตัวสินค้า เนื่องจากผู้บริโภคมุ่งความสนใจไปที่เรื่องการเมืองเป็นหลัก ขณะนี้ยังไม่มีการลดงบฯการตลาด แต่จะมีการปรับและโยกงบฯตามความเหมาะสม อาทิ ปรับจากการใช้อะโบฟเดอะไลน์ไปที่บีโลว์เดอะไลน์ ฯลฯ

ทั้งนี้ตามแผนที่วางไว้ในช่วงเดือนมกราคมปีนี้ ยังไม่มีการจัดกิจกรรมหรือเปิดตัวอะไร แต่ก็เชื่อว่าสินค้าอุปโภคบริโภคไม่น่าจะกระทบมากนัก

"ของใช้ประจำวันคนก็ยังใช้ไปตามปกติ ภาวะแบบนี้คงจะจัดกิจกรรมกระตุ้นอะไรไม่ได้มาก เหตุการณ์คาดเดาไม่ได้ว่าทุกอย่างจะจบตรงไหน ก็ต้องติดตามใกล้ชิดและปรับเปลี่ยนไปตามสภาพ"

นางวิชุดา จ่างใจมนต์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ห้างหุ้นส่วนจำกัด เนเจอร์กิฟ 711 ผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟลดน้ำหนักเนเจอร์กิฟ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ถึงขณะนี้ยังคงดำเนินตามแผน อย่างไรก็ตามก็ต้องติดตามสถานการณ์ทุกอย่างใกล้ชิด โดยการวางแผนทำตลาดต่าง ๆ ปีนี้ก็จะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จากงบฯการตลาดตลอดปีที่วางไว้ 300-400 ล้านบาท ก็จะดูสถานการณ์เป็นเดือน ๆ ไป และปรับตามความเหมาะสม

"สถานการณ์การเมืองที่ไม่นิ่ง เราก็ได้พูดคุยกับมายด์แชร์ซึ่งเป็นบริษัทซื้อสื่อโดยจะมีการรีไวส์ หรือพิจารณากันเป็นรายเดือน หากสถานการณ์ไม่เหมาะบริษัทก็จะดึงงบฯโฆษณาที่จะใช้ในเดือนนั้นกลับ หรืองดใช้งบฯ ดังนั้นจึงมีความยืดหยุ่นพอสมควร"

ลดงบฯโฆษณาไตรมาส 1 

ก่อนหน้านี้นายสหาย ณ นคร ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด เปิดเผยว่า ไตรมาส 1 คงไม่สามารถกระตุ้นตลาดได้มากนัก แต่จะคาดหวังกับอีก 3 ไตรมาสที่เหลือ และต้องดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ส่วนหนึ่งจะชะลอการใช้งบฯโฆษณา และเพิ่มช่องทางจำหน่ายอื่น ๆ อาทิ เป็นพันธมิตรกับค่ายที่ทำธุรกิจขายตรง รวมถึงออกสินค้ากลุ่มพรีเมี่ยมเพื่อเพิ่มกำไร

ด้านนางสาววินิตา ปุรผาติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาหารสากล จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์น้ำผลไม้

"ยูเอฟซี" กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ดำเนินแผนที่ยืดหยุ่นพร้อมปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ แต่ถ้าเป็นการลงทุนระยะยาวไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตามเนื่องจากปีนี้บริษัทวางแผนเปิดตัวสินค้าในช่วงครึ่งปีหลังอยู่แล้ว จากการลงทุนเครื่องจักรที่จะเสร็จในช่วงกลางปีจึงยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

"ในภาพรวมเชื่อว่าการเปิดตัวสินค้าช่วงไตรมาสแรกของปีนี้คงมีน้อยมาก เนื่องจากขณะนี้ผู้บริโภคไม่มีมู้ด หรือไม่ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ ๆ แต่เชื่อว่าจะเริ่มเห็นออกมาบ้างตั้งแต่เดือน 3-4 เป็นต้นไป

ขณะที่นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ปีนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน คาดการณ์อะไรได้ยาก มู้ดจับจ่ายผู้บริโภคยังเป็นปัญหา ทำให้ปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตไว้เพียง 8% น้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมาที่ตั้งเป้าเติบโต 2 หลัก โดยปีที่แล้วบริษัทเติบโตเพียง 4-5% จากภาวะการเมืองที่ไม่นิ่ง และมู้ดจับจ่ายที่มีปัญหา

สินค้าเลื่อนจัดอีเวนต์วุ่น

แหล่งข่าวจากออร์แกไนเซอร์รายใหญ่กล่าวว่า ช่วงเดือนมกราคมของทุกปีถือเป็นช่วงพีกของการจัดอีเวนต์มาร์เก็ตติ้ง เนื่องจากลากยาวมาจากเทศกาลปีใหม่ ตามด้วยตรุษจีน และวาเลนไทน์ ทำให้ช่วง 1-2 เดือนแรกของทุกปีจะคึกคักเป็นพิเศษ

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ส่งผลให้เดือนมกราคมนี้มีหลายออร์แกไนเซอร์ต้องเลื่อนการจัดอีเวนต์ออกไป แต่ก็เชื่อว่าทุกอย่างจะมีข้อยุติในไม่ช้า และจะสามารถกลับมาจัดอีเวนต์ได้อีกครั้งในช่วงกุมภาพันธ์และมีนาคมนี้

แหล่งข่าวคนเดิมระบุเพิ่มเติมว่า ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทต้องเลื่อนการจัดงานในช่วงเดือนมกราคมออกไปรวม 10 งาน ส่วนใหญ่เป็นมาร์เก็ตติ้งอีเวนต์เปิดตัวสินค้าใหม่เป็นหลัก โดยเบื้องต้นยังไม่ได้รับผลกระทบทางธุรกิจ เพราะงานดังกล่าวแค่ถูกเลื่อนออกไปเท่านั้น ไม่ได้ยกเลิก เชื่อว่าถ้าสถานการณ์การเมืองจบทุกอย่างก็จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ศก.-การเมืองฉุดโฆษณา Q1

นางมณี เอียบ กรรมการผู้จัดการ แมกน่า โกลบอล ในเครือไอพีจี มีเดียแบรนด์ส มีเดียเอเยนซี่รายใหญ่กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจโฆษณาสิ้นเดือนมกราคมปีนี้มีแนวโน้มเติบโตลดลง 10-20% เทียบจากช่วงเดียวกันปีที่แล้ว เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่เติบโตลดลงตั้งแต่ปีก่อน ส่งผลให้ยอดขายของแบรนด์ต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

สาเหตุที่ธุรกิจโฆษณาเดือนแรกปีนี้ไม่เติบโต มองว่าสภาพการเมืองไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่เป็นเพราะผู้บริโภคไม่มีอารมณ์ในการจับจ่ายซื้อสินค้าจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และคาดว่าด้วยปัจจัยลบดังกล่าวจะทำให้ภาพรวมธุรกิจโฆษณาไตรมาสแรกไม่เติบโตด้วยเช่นกัน

"จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอยู่แล้ว ประกอบกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้แบรนด์สินค้าบางรายทยอยเลื่อนแคมเปญที่จะจัดในเดือนมกราคมออกไป โดยรอประเมินสถานการณ์ในเดือนกุมภาพันธ์อีกครั้ง"

ขณะเดียวกัน ปัจจัยบวกที่จะทำให้ธุรกิจโฆษณาปีนี้ฟื้นกลับและเติบโตเร็วที่สุด คือ เมื่อสถานการณ์การเมืองนิ่ง มีข้อยุติที่ดีทั้งสองฝ่าย และสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือนกุมภาพันธ์ ก็จะทำให้แบรนด์สินค้าที่ชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาในช่วงแรกเริ่มปล่อยเม็ดเงินดังกล่าวเข้าสู่ระบบ

"มีนาคมและเมษายนถือเป็นช่วงพีกในการใช้เม็ดเงินโฆษณาของแบรนด์สินค้า ถ้าช่วง 2 เดือนนี้ไม่มีเม็ดเงินโฆษณาไหลเข้ามา ภาพรวมธุรกิจโฆษณาปีนี้ก็จะไม่เติบโตจากปีก่อน แต่ถ้าการเมืองจบ ทุกอย่างเป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ลากยาว จะส่งผลให้ธุรกิจโฆษณากลับมาเติบโต 2-5%"

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ