โฆษณาออนไลน์โตทะลุพิกัด สมาร์ทโฟน สื่อสารแชมป์ปีหน้าแรงต่อ!

    ตลาดโฆษณาออนไลน์คึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจ คาดสิ้นปีโตกว่า 34%  นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอลไทยชี้อานิสงส์สมาร์ทโฟน -3G 2100 กระตุ้นยอดซื้อขายพุ่ง  altขณะที่เทรนด์ปีหน้าโมบายยังมาแรง เช่นเดียวกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก และการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม  ด้านตลาดดอทคอมชี้นักการตลาดคิดจะเข้าโลกออนไลน์ต้องตาเร็ว
    ข้อมูลจากสมาคมโฆษณาดิจิตอล (ประเทศไทย)  พบว่า อุตสาหกรรมโฆษณาดิจิตอลในทุกประเภทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีงบโฆษณาผ่านสื่อดิจิตอลสูงถึง 3.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 34% ซึ่งมีตัวเลขอยู่ราว 2.7 พันล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.34% ของงบโฆษณาทั้งหมด และขยับเป็น 3% ในปีนี้
    ขณะเดียวกันประเภทธุรกิจที่มีการใช้โฆษณาดิจิตอลมากที่สุดในปีที่ผ่านมา  คือ ธุรกิจการสื่อสารที่มียอดเงินโฆษณาดิจิตอลกว่า 415 ล้านบาท ตามด้วยธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิว 200  ล้านบาทและธุรกิจยานยนต์ 198 ล้านบาท  ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์(ภาพ/เสียง)มีสัดส่วนการใช้งบโฆษณากว่า 18.72%  ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 12.21%  และธุรกิจเครื่องสำอาง 11.66% ซึ่งใน 3 กลุ่มสินค้าดังกล่าวมีการใช้จ่ายงบโฆษณาสูงสุดในปีก่อน
    นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็มอินเตอร์แอคชั่น จำกัด และนายกสมาคมโฆษณาดิจิตอลไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า สาเหตุที่อุตสาหกรรมดังกล่าวมียอดเงินโฆษณาในสัดส่วนที่สูง เนื่องจากผู้บริโภคต้องหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าดังกล่าวผ่านทางอินเตอร์เน็ตมาก ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข้อมูลจากเว็บไซต์ของสินค้าเอง การสืบค้นหาข้อมูล  หรือการอ่านความเห็นของผู้บริโภคอื่นๆ ที่เคยใช้สินค้าผ่านทางบล็อก รีวิว หรือเว็บไซต์กระดานข่าวต่างๆ  รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ ที่จัดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต
     ขณะเดียวกันในปีนี้ทางสมาคมได้สังเกตเห็นผู้บริโภคในกลุ่มผู้ใหญ่เริ่มหันมาจับจ่ายใช้สอยผ่านโลกออนไลน์มากขึ้น  ซึ่งการซื้อขายเหล่านั้นส่วนมากจะมาจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และแท็บเลต  อีกทั้งในปีนี้เริ่มมีนักการตลาดแบ่งงบโฆษณาจ่ายผ่านออนไลน์มากกว่าปีก่อน  เนื่องจากในปัจจุบันจะเริ่มเห็นแอพพลิเคชัน และสื่อวิดีโอเกิดขึ้น  นักการตลาดก็เริ่มหันไปใช้วิธีการโฆษณาผ่านสื่อวิดีโอดังกล่าวมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ในปีนี้การตลาดผ่านสื่อวิดีโอเติบโตขึ้น  จากเดิมที่นักการตลาดจะใช้งบผ่านสื่อออนไลน์เพียงแค่การแบนเนอร์เท่านั้น
    "ภาพรวมในปีนี้ของตลาดออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งการเติบโตในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่มาจากการซื้อขายผ่านทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟน  ขณะเดียวกันเทรนด์ของตลาดออนไลน์ก็จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง  และจากการที่มี 3G 2100 เพิ่มเข้ามาเชื่อว่าในปีหน้าตลาดออนไลน์ผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟนจะมาแน่นอน  ซึ่งนักการตลาดควรต้องให้ความสนใจ แต่ขณะเดียวกันนักการตลาดควรต้องปรับไซต์การทำเว็บเพจให้สมบูรณ์ และรวดเร็วเพื่อการใช้งานของลูกค้าที่สะดวกมากขึ้น  อีกทั้งในภาพรวมของธุรกิจในประเทศไทยทั้งหมดขณะนี้กว่า 99% ได้เข้ามาสู่ตลาดออนไลน์เกือบหมดแล้วแม้กระทั่งสินค้าเกษตรก็เริ่มเข้ามาบ้างแล้ว ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคเข้ามาทำหมดแล้ว"
    ด้านนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท ตลาดดอทคอมฯ กล่าวว่า ล่าสุดจากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุมูลค่าซื้อขายบนตลาดออนไลน์หรืออี-คอมเมิร์ซในปัจจุบันเกือบ 8 แสนล้านบาท  โดยเติบโตขึ้นจากปีก่อนประมาณ 20%  ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากการมาของระบบเทคโนโลยี 3G 2100 ที่เข้ามา  อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมาตลาดดอทคอมพบว่ามีผู้ใหญ่อายุ 40 ปีขึ้นไป เริ่มหันมาซื้อของผ่านตลาดออนไลน์โดยใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเลตเพิ่มมากขึ้น  หรือเติบโตกว่า 10%  ขณะเดียวกันตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบกลุ่มผู้ชายมียอดซื้อขายเติบโตกว่า 70%  เนื่องจากสินค้ากลุ่มดังกล่าวซื้อส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าประเภทแกดเจต ซึ่งราคาเฉลี่ยต่อชิ้นค่อนข้างแพง  ขณะที่กลุ่มสินค้าของผู้หญิงจะเป็น แฟชั่น อุปโภคบริโภคที่มาแรงอีกทั้งมีมูลค่าการซื้อขายมีจำนวนชิ้นมากกว่า
    "ในช่วงที่ผ่านมาพฤติกรรมคนไทยที่ชอบซื้อของผ่านออนไลน์ จะนิยมชำระเงินผ่านธนาคารโดยโปรแกรมโมบายแบงกิ้งกว่า 90% และที่เหลืออีก 10% เป็นการจ่ายผ่านบัตรเครดิต  อีกทั้งการซื้อขายที่ผ่านมาในแถบภาคกลางมีจำนวนการซื้อขายมากที่สุด  นอกจากนี้การซื้อขายบนตลาดออนไลน์สัดส่วนกว่า 82% เป็นกลุ่มคนที่ซื้อของผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์(พีซี) และที่เหลือ 18% เป็นการซื้อขายผ่านโทรศัพท์สมาร์ทโฟน และคาดว่าภายในอีก 2 ปีข้างหน้ากลุ่มนี้จะเติบโตกว่า 30%  ขณะเดียวกันตลาดดอทคอมได้สำรวจช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้ามาซื้อขายบ่อยที่สุดคือเวลา 11.00 , 14.00 และ 21.00 น."
    นอกจากนี้ในปีหน้าบริษัทมองว่าเทรนด์การทำตลาดผ่านระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่สมาร์ทโฟนจะยังมาแรงอันดับ 1 ขณะที่การทำตลาดผ่านบนโซเชียลต่างๆ จะตามรองลงมา  และอีกประการหนึ่งที่สำคัญของการทำการตลาดในปีหน้าที่จะเห็นมากขึ้น คือการทำตลาดเฉพาะกลุ่ม  อีกทั้งบริษัทมองว่าการมาของ 3G 2100 จะทำให้กล่มธุรกิจ B2C เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม อีกทั้งในปีหน้านักการตลาดที่จะเข้าสู่ตลาดออนไลน์ควรต้องตามเทรนด์ให้ทัน เรื่องของพฤติกรรมผู้บริโภค แคมเปญ โปรโมชัน เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ในตลาดออนไลน์มักจะมาเร็วไปเร็วเสมอ

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ