ผลแอดแมน อวอร์ด 2013 เน้นขายแบรนด์มากกว่าขายของ

   สมาคมโฆษณาฯ เผยเวที Adman Award and Symposium 2013 มีเอเยนซี่ส่งผลงานโฆษณาเข้าประกวด 956 ชิ้น เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา 12% และมีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ อิทธิพลของ "กระแสเปลี่ยนแปลง" ทำให้งาน

รางวัลโฆษณาทั้งระดับโลกและไทยต้องปรับตัวเกิดประเภทรางวัลใหม่ๆ รางวัลสุดยอด จะเน้น "ไอเดียสดใหม่" เป็นหลัก สื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ยังเป็นช่องทาง "หลัก" ที่มีพัฒนาการที่โดดเด่นขึ้น เนื้อหาโฆษณาที่แต่เดิมเน้น "ขายผลิตภัณฑ์" จะปรับเป็น "ผสานเข้ากับโฆษณาภาพลักษณ์การทำดีเพื่อสังคม" กิจกรรมส่งเสริม

การตลาดจะถูกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นด้วยอิทธิพลจากการ "กดไลค์และแชร์" น.ส.อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ผลการจัดประกวด Adman Awards & Symposium 2013 ซึ่งปีนี้ชูแนวคิดหลัก "10 Setter โฆษณา สร้างเทรนด์ เทรนด์สร้างโฆษณา" เพื่อสะท้อนว่าโฆษณาและกิจกรรมสื่อสารการตลาดในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีการสื่อสาร โดย "อำนาจของการสร้างกระแสที่เป็นส่วนสำคัญของโฆษณาจะอยู่ในมือผู้บริโภค"

"ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าส่งผลต่อการประกวดโฆษณาทั้งในเวทีโลกอย่าง คานส์ ไลออนส์ อวอร์ด และเวทีระดับประเทศ คือ แอดแมน อวอร์ด โดยจะเห็นได้ว่าทั้งสองเวทีมีการปรับตัวเพิ่มรางวัลประเภทใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับยุคสมัย ขณะที่ชิ้นงานโฆษณาที่ส่งเข้ามาก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทั้งไอเดีย รูปแบบ และการผลิต"

นายสุบรรณ โค้ว ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้วันนี้เทรนด์จะเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น หากเกณฑ์การตัดสินรางวัลโฆษณา คณะกรรมการฯ ที่มาจากหลายภาคส่วน จะยังให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของไอเดีย มากกว่าความสำเร็จในการสร้างกระแสของแต่ละชิ้นงาน

หากสิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมในปีนี้ คือ สื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ ยังคงเป็นช่องทางหลักที่มี "อิทธิพล" ในการเข้าถึงผู้บริโภค และมีการปรับตัวมากขึ้น คือมีพัฒนาการด้านเทคนิคในกระบวนการผลิตมากขึ้น และถูกนำไปใช้ร่วมกับสื่อออนไลน์แบบผสมผสานในลักษณะของแคมเปญ

ส่วนเนื้อหาโฆษณา จากเดิมที่แยกระหว่าง "เพื่อการขายสินค้า" กับ "การสร้างภาพลักษณ์" วันนี้จะถูกนำมาผนวกรวมกัน เพื่อสื่อให้เห็น "คุณค่าของแบรนด์ที่ทำเพื่อผู้บริโภคและเพื่อสังคม" โดยเนื้อหาแบบนี้เรียกได้ว่ากำลังมาแรงทั้งในโฆษณาไทยและโฆษณาโลก

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลจากอิทธิพลของผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าของแบรนด์ จึงมีชิ้นงานโฆษณาประเภท "ทำดีเพื่อสังคม" เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าแม้ในกลุ่มสินค้าประเภท Consumer Product ก็นำมาปรับใช้ด้วยเช่นกัน

"ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการตลาดจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น ด้วยอิทธิพลของการ "กดไลค์และแชร์" เพราะจากเดิมกิจกรรมประเภทนี้จะเข้าถึงผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มหรือเฉพาะพื้นที่ หากด้วยสังคมออนไลน์และอำนาจที่อยู่ในมือผู้บริโภค ทำให้กิจกรรมประเภทนี้ที่แม้มีผู้ร่วมงานเพียงหลักร้อย แต่เมื่อถูกใจก็สามารถเข้าถึงคนจำนวนล้านได้ในพริบตา" นายสุบรรณ กล่าว

สำหรับชิ้นงานโฆษณาที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 956 ชิ้น โดยเทียบกับปีที่ผ่านมาคิดเป็นปริมาณเพิ่มขึ้น 12% โดยผลงานที่ส่งเข้าประกวดแต่ละหมวดมีจำนวนใกล้เคียงกัน คือ สื่อทีวี 152 ชิ้น สื่อสิ่งพิมพ์ 132 ชิ้น สื่อโฆษณานอกบ้านและแฝงในบรรยากาศ 149 ชิ้น และสื่อดิจิตอลจำนวน 158 ชิ้น

ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง