จับกระแสออนไลน์-ทีวีดิจิทัล"บูม"ดันโฆษณาปีหน้าฟื้น


แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ภาระหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น กลายเป็นปัจจัยหลัก “ฉุด” อำนาจการจับจ่ายของผู้บริโภคลดลง

ส่งผลต่อเนื่องให้ยอดขายสินค้าและเป้าหมายอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วง 7 เดือนแรกที่เติบโตราว 3% พลาดเป้าตัวเลขคาดการณ์ที่น่าจะแตะ 10% ในปีนี้

อ่อนอุษา ลำเลียงพล นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่าปีนี้มีหลายปัจจัยลบที่ส่งผลให้อุตสาหกรรมโฆษณาเติบโต ในอัตรา “ถดถอย” ล้วนเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ไล่มาตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศชะลอตัวรวมทั้งเศรษฐกิจไทย สถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง เมื่อมาผนวกกับภาวะหนี้ครัวเรือนปรับตัวสูงในปีนี้

ล้วนเป็นปัจจัยกดดันภาพรวมการใช้จ่ายเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาในปีนี้ทั้งสิ้น จากตัวเลขการเติบโต 3% ในช่วง 7 เดือนแรก คาดว่าตัวเลขภาพรวมสิ้นปีนี้จะอยู่ 1.25 แสนล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 3-5% ต่ำกว่าตัวเลข 10% ที่ประเมินไว้ในต้นปี

อย่างไรก็ตามจากอิทธิพลของสื่อใหม่ๆ โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ โซเชียล มีเดีย ที่เข้ามามีบทบาทต่อพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคมากขึ้น จะทำให้เม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณากระจายตัวผ่านช่องทางสื่อที่มีความหลากหลายมากขึ้น

จะเห็นได้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมาสื่อดิจิทัล เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับช่วงครึ่งปีแรกปีนี้ ที่ยังเติบโตในอัตรา 50% เช่นเดียวกับเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ที่เติบโตมากกว่าโฆษณาฟรีทีวี แม้ยังมีมูลค่าไม่สูง ขณะที่ “ทีวีดิจิทัล” ที่กำลังจะเข้ามามีบทบาทในอนาคต โดยมีช่องรายการประเภทธุรกิจ 24 ช่อง จะเป็นสื่อที่บทบาทสำคัญกระตุ้นการเติบโตให้อุตสาหกรรมโฆษณาในปีหน้า ที่คาดว่าจะกลับมาเติบโตได้ในอัตรา 10% อีกครั้ง

“อิทธิพลของเทคโนโลยี โดยเฉพาะออนไลน์ และโซเชียล มีเดีย จะทำให้พฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคเปลี่ยนไป แต่สิ่งสำคัญ คือ การสร้างสรรค์เทรนด์ใหม่ๆ ที่จะใช้เป็นกลยุทธ์สื่อสารกับเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัล จากกระแสดังกล่าวนับเป็นปัจจัยที่ทั้งนักการตลาดและนักโฆษณาต้องปรับตัว ตอบโจทย์ผู้บริโภคและลูกค้า” อ่อนอุษา กล่าว

ขณะที่ สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัทบีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด กล่าวว่าช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมโฆษณามีการเปลี่ยนแปลงจากพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เดิม “โทรทัศน์” เป็นเครื่องมือสร้างกระแสความสนใจให้ผู้บริโภคได้ในวงกว้าง และรวดเร็ว

แต่ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี และการเติบโตของสื่อออนไลน์ โซเชียล มีเดีย ส่งผลต่อพฤติกรรมการเสพสื่อและคอนเทนท์ จากหลากหลายแพลตฟอร์ม ในรูปแบบการสื่อสารสองทาง ดังนั้นนักโฆษณาจะต้อง “ปรับตัว” ด้านงานครีเอทีฟ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเสพคอนเทนท์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน และไม่ติดยึดกับการสื่อสารผ่านสื่อเดิมๆ อีกต่อไป

“แม้ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์ แต่งานครีเอทีฟ ที่โดดเด่นยังเป็นหัวใจสำคัญในการตัดสินค้าเลือกเสพ และแชร์ ของผู้บริโภคในยุคนี้” สุทธิศักดิ์ กล่าว

ทางด้าน ธนา เธียรอัจฉริยะ ผู้อำนวยการสถาบัน Academy of business creativity มหวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่าในมุมมองของนักการตลาด เชื่อว่า “โฆษณา” ยังเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลในการสื่อสารกับผู้บริโภค แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเสพสื่อหลากหลาย ทำให้กลายเป็นผู้บริโภค ที่ต้องการข้อมูล “เดี๋ยวนี้” (Now)ดังนั้นบทบาทของโฆษณาในยุคนี้ จะต้องพัฒนาคอนเทนท์ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกแพลตฟอร์ม

สำหรับ ปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน “แอดแมน อวอร์ด แอนด์ ซิมโพเซียม 2013” กล่าวว่า ปัจจุบันโฆษณาเปลี่ยนแปลงทั้งช่องทางสื่อที่มีหลากหลายในยุคดิจิทัล และด้านคอนเทนท์แต่การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ คือในอดีตที่โฆษณาถือว่าเป็น “ผู้นำ” ในการสร้างเทรนด์ แต่ปัจจุบัน “ผู้บริโภค” เป็นผู้สร้างกระแส หรือเป็น “เทรนด์ เซ็ตเตอร์” ในสังคม ดังนั้นนักโฆษณาและนักการตลาดจะต้องเรียนรู้ทิศทางดังกล่าว และนำมาใช้ประโยชน์ในการวางกลยุทธ์สื่อสาร

ในวาระครบรอบ 10 ปีการจัดประกวดผลงานโฆษณาแอดแมน ในปีนี้ ได้เตรียมจัดงานภายใต้แนวคิด “10 setter โฆษณาสร้างเทรนด์ เทรนด์สร้างโฆษณา” เพื่อสะท้อนมุมมองการเปลี่ยนแปลงวงการโฆษณาในรอบ 10 ปี โดยจะมอบรางวัลการประกวดงานแอดแมน ในวันที่ 16 ต.ค.นี้

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ