ส.โฆษณาฯใช้เครื่องมือสื่อสาร 3 รูปแบบ

    สมาคมโฆษณาดิจิตอลไทย ชี้นักการตลาดยุคใหม่ต้องเข้าไปฟังผู้บริโภคพูด แนะหาสื่อใหม่สร้างการเข้าถึง พร้อม 3 เครื่องมือโฆษณาบนโลกออนไลน์ ด้านม.กรุงเทพเปิด 4 หลักสูตรปั้นนักการตลาด ครีเอทีฟรับโลกยุคใหม่

    นายศิวัตร เชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอลไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม อินเตอร์แอคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า การโฆษณาในปัจจุบันนับว่ามีความเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสื่อใหม่ดิจิตอลที่เข้ามาส่งผลให้นักการตลาดหาทางจับตลาดได้ยาก อีกทั้งยังไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายต้องการอะไร ดังนั้นสมาคมอยากแนะนำให้นักการตลาดทุกองค์กรควรเข้าไปศึกษากลุ่มแฟนเพจสินค้าต่างๆ โดยเข้าไปดูว่ากลุ่มผู้บริโภคนั้นต้องการอะไร มีปัญหาด้านใดบ้าง เพื่อแบรนด์สินค้าต่างๆ จะได้นำข้อดีข้อเสียมาใช้ในการตัดสินใจ และเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาดได้อย่างถูกต้องตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง

    “จากเดิมการทำการตลาดจะเน้นทำแบบสอบถาม เข้าไปหาลูกค้า ออกสื่อโฆษณาอะโบฟ เดอะ ไลน์เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันสื่อดิจิตอลเริ่มเข้ามามากขึ้นส่งผลให้นักการตลาดจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน ซึ่งการทำตลาดหรือวิธีการสื่อสารโฆษณาในปัจจุบันสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ 1. การโฆษณาผ่านสื่อเดิม เช่น สื่อโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นต้น 2. ใช้สือใหม่ที่แตกต่างต้องการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และใช้รูปแบบวิธีที่หนึ่งแล้วไม่ได้ผล และมีงบจำนวนจำกัด แต่ทั้งนี้นักการตลาดก็ต้องดูเป้าหมายที่ลูกค้าตั้งโจทย์มาให้ด้วยว่าเขาต้องการอะไร และอยากสื่อสารกับผู้บริโภคกลุ่มไหน”

    การโฆษณาบนโลกออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จนักการตลาดจำเป็นต้องใช้เครื่องมือการสื่อสาร 3 รูปแบบได้แก่ 1. การลงโฆษณาผ่านบนสื่อออนไลน์ในรูปแบบของวิดีโอบนยูทูบตามละคร ภาพยนตร์ เพลงต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเริ่มเข้ามาอยู่บนสื่อรูปแบบดังกล่าวมากขึ้น ประกอบกับผู้บริโภคในขณะนี้เริ่มรับชมคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน และแท็บเลตเพิ่ม 2. เปลี่ยนรูปแบบวิธีการใช้เงินจากการซื้อสื่อจำนวนมาก หันมาพัฒนาคอนเทนต์แทน เพราะในปัจจุบันผู้บริโภคมีทางเลือกการรับสื่อมากขึ้น ดังนั้นการที่จะเข้าถึงผู้บริโภคยุคใหม่ได้ต้องสร้างคอนเทนต์ให้สะดุดตาและเกิดความสนใจจนผู้บริโภคนำไปแชร์หรือบอกต่อ 3. การซื้อพื้นที่สื่อบนโลกออนไลน์หรือดิจิตอลต่อจากนี้ต้องมีกลยุทธ์และวิธีสื่อสารให้ผู้บริโภคไม่รู้สึกว่าถูกยัดเยียด เช่นสื่อบน IG หรืออินสตาแกรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มักจะนิยมให้ดารามาถือสินค้าชนิดนั้น เป็นต้น

    นอกจากนี้ในสิ้นปีที่ผ่านมาภาพรวมของการซื้อสื่อโฆษณาบนออนไลน์เติบโตประมาณ 20-30% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 3-4 พันล้านบาทของงบโฆษณาทั้งหมดกว่า 1.2 แสนล้านบาทขณะเดียวกันในปัจจุบันบุคลากรที่จะมาทำงานในองค์กร หรือองค์กรเอเยนซีมีจำนวนน้อย เนื่องจากเด็กที่จบใหม่ออกมาขณะนี้ส่วนมากจะนิยมทำธุรกิจตัวเองแม้ในปัจจุบันเอเยนซีจะเพิ่มอัตราค่าจ้างมากแล้วก็ตามก็ยังมีบุคลากรไม่เพียงพออยู่ดี

    ด้านดร.พีรยา หาญพงศ์พันธุ์คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้แบรนด์และสินค้าต่างๆ ต้องสร้างสรรค์งานสื่อสารการตลาดให้ก้าวทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะที่บุคลากรด้านการตลาดและสื่อสารการตลาดที่มีศักยภาพ ความสามารถของไทยในอุตสาหกรรมดิจิตอลอยู่ในระดับขาดแคลน ดังนั้นคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพจึงร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในวงการต่างๆ จัดทำหลักสูตรBU.I.L.D. (Bangkok University IntegratedLearning & Development) เพื่อเป็นการสร้างนักการตลาด เพื่อป้อนวงการในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    “วงการสื่อสารการตลาดและการทำการตลาดทั่วโลกมีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลหากแบรนด์ใดไม่สามารถปรับตัวได้ทันหรือรู้จักเครื่องมือใหม่ๆ ก็ยากที่จะอยู่รอด ขณะเดียวกันหลักสูตร BU.I.L.D. จะเน้นการสร้างทักษะการคิด วิเคราะห์โจทย์-พฤติกรรมผู้บริโภค ทั้งการวางแผนกลยุทธ และเทคนิคการใช้เครื่องมือด้านสื่อสารการตลาดสมัยใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดผ่านการถ่ายทอดประสบการณ์จริง ให้มุมมองเสมือนลงมือทำด้วยตัวเองจากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงการตลาดทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ ศิวัตรเชาวรียวงษ์ นายกสมาคมโฆษณาดิจิตอลไทย ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ บริษัท ตลาดดอทคอม จำกัด”

    ทั้งนี้สำหรับคอร์สดังกล่าวมหาวิทยาลัยได้แบ่งเป็น 4 หลักสูตร คือ 1.Digital Marketing for Tomorrow Brandsหลักสูตรสร้างนักการตลาดรุ่นใหม่ด้วยกลยุทธ์ดิจิตอล 2. How to Win AECOnline Consumer for Thai SMEsหลักสูตรการตลาดบนโลกออนไลน์ เพื่อก้าวสู่ตลาดเออีซี 3. Build Tech Start-upBrand with Creative Marketing หลักสูตรที่เน้นการสร้างกลุ่ม Start-up ด้านเทคโนโลยี เช่น นักพัฒนาแอพพลิเคชันพัฒนาคอนเทนต์ และ 4. UnconventionalCreative Media หลักสูตรเสริมทักษะการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เหมาะสำหรับ ครีเอทีฟ นักสื่อสารการตลาด นักประชาสัมพันธ์ อื่นๆ

ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ