ครึ่งปีเม็ดเงินโฆษณาขยับเล็กๆ

   i-connect ฉบับนี้ทีมงาน Strategy & Innovation ของ Initiative จะขอนำเสนอเรื่องราวความเคลื่อนไหวเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมโฆษณากันดูบ้าง ซึ่งก็เป็นข้อมูลของช่วง 6 เดือนแรกของปี 2013 นี้ โดยจะหยิบประเด็นบางประเด็นที่ดูน่าสนใจมานำเสนอให้กับผู้อ่านได้อัพเดตกัน

   สำหรับตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้ามาในอุตสาหกรรมโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2013 อยู่ที่ 64,082 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในช่วงเดียวกันของปี 2012 เพียง 3% เท่านั้น ทั้งนี้อาจเป็นเพราะกระแสของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก และของไทยเองก็อยู่ในช่วงที่ทุกคนต้องจับตามอง รวมไปถึงปัญหาที่เริ่มมีผู้บริโภครู้สึกแล้วว่า สินค้าอุปโภคและบริโภคเริ่มมีราคาแพงมากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้คนมีการบริโภคสินค้าต่างๆ น้อยลง ทำให้เจ้าของสินค้าบางรายไม่ทุ่มเงินเพื่อทำการโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

    สำหรับเม็ดเงินที่ผ่านไปยังสื่อต่างๆ เพื่อใช้ในการโฆษณาอันดับ 1 ก็ยังเป็นทีวีเช่นเคย ซึ่งมีการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ส่วนสื่อที่มาแรง และมีอัตราการเติบโตสูงก็คือ สื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งมีตัวเลขเพิ่มขึ้นถึง 53% และมีส่วนแบ่งในอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นมาเป็น 1% แล้ว นอกจากนี้สื่อเคลื่อนที่เองก็มีอัตราการเติบโตเป็นอันดับรองลงมาที่ 18% และเคเบิลทีวี/ทีวีดาวเทียม ก็เป็นสื่อที่น่าจับตามองเช่นกันเพราะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 13%

    ส่วนสื่อที่มีอัตราการเติบโตลดลงที่เห็นเป็นตัวเลขที่มากที่สุดคือ สื่อโรงภาพยนตร์ ที่มีการเติบโตลดลงไป 12% แต่ผู้อ่านอย่าเพิ่งตกใจไปทั้งๆ ที่เราได้เห็นปรากฏการณ์พี่มากพระโขนงที่มีคนดูถล่มทลายน่าจะทำให้มีเจ้าของแบรนด์ต่างๆ หันมาใช้สื่อโรงภาพยนตร์มากขึ้น ที่จริงแล้วตัวเลขที่ลดลงไปมาจากการที่หน่วยงานของรัฐบาลลดค่าใช้จ่ายในสื่อนี้ลงไปอย่างมาก ทำให้ตัวเลขภาพรวมดูลดลงไป ถ้าเราตัดส่วนของราชการออกให้เหลือแค่เจ้าของสินค้าจากภาคเอกชนจะทำให้สื่อโรงภาพยนตร์มีการเติบโตสูงถึง 26% เลยทีเดียว

    จากนั้นเราลองไปดูกันต่อที่ 10 อันดับของประเภทสินค้าที่ใช้เงินโฆษณาสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2013 สินค้าประเภทยานยนต์ และที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ขยับขึ้นมาเป็นที่ 1 แทนสินค้าประเภทสกินแคร์ ทั้งนี้น่าจะเป็นเพราะผลต่อเนื่องจากนโยบายรถคันแรกในปีที่ผ่านมาทำให้ตลาดรถยนต์ตื่นตัวมาก พอเข้าช่วงครึ่งปีแรกของปี 2013 หลายๆ ค่ายก็เริ่มทยอยส่งรถรุ่นใหม่ หรือโปรโมชันอื่นๆ มากระตุ้นตลาดต่ออีก ทำให้มีเม็ดเงินโฆษณาจากสินค้าหมวดนี้เพิ่มขึ้นถึง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา อันดับที่ขยับขึ้นมาอีกเรื่อยๆ คือ สินค้ากลุ่มการสื่อสารที่ได้รับแรงบวกจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของระบบ 3G ในบ้านเราทำให้ค่ายการสื่อสารยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ค่ายกระหน่ำส่งโปรโมชัน และสินค้าออกมาเสนอต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และดันเม็ดเงินเพิ่มขึ้นไป 13% จากปีก่อน นอกจากนั้นสินค้ากลุ่มที่น่าจับตาคือ กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างนมและอาหารเสริมต่างๆ ก็มีอัตราการเติบโตสูงไม่แพ้กัน โดยกลุ่มนมมีการเติบโต 13% ส่วนกลุ่มอาหารเสริมทั้งหลายก็มีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นถึง 36%

    ส่วนกลุ่มที่มีการใช้เงินลดลงก็คือ กลุ่มสกินแคร์ที่มีเม็ดเงินลดลงไป 7% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทไวเทนนิ่งที่ลดการใช้เงินลงไป ที่น่าสนใจคือ โฆษณาของหน่วยงานของรัฐมีอัตราการเติบโตลดลงมากที่สุดที่ 27% เลยทีเดียว ซึ่งเป็นเพราะหลายๆ กระทรวงลดการใช้เงินโฆษณาอย่างกระทรวงพลังงาน หรือกระทรวงการคลังที่มีเม็ดเงินหายไปหลายร้อยล้านบาท

    ท้ายสุดเราลองมาดูกันที่ 10 อันดับบริษัทที่ใช้เงินสูงที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2013 นี้กัน จะเห็นได้ว่าบริษัทที่เป็นยักษ์ใหญ่ในกลุ่มสกินแคร์หรือกลุ่มสินค้า FMCG ทั้งหลายมีการใช้เงินลดลงแทบจะทุกบริษัทเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็น Unilever, P&G, Beiersdorf, L'Oreal ส่วนที่มาแรงก็จะเป็นกลุ่มการสื่อสารอย่าง Real Move หรือ True Move H นั่นเอง รวมไปถึงกลุ่มนมอย่าง Dutch mill ก็มีการทุ่มเม็ดเงินโฆษณาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงครึ่งปีแรกนี้

    จากตัวเลขเม็ดเงินโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรกเราคงได้เห็นภาพคร่าวๆ แล้วว่าสินค้าประเภทใด สื่อไหนที่มาแรงหรือแผ่วลงไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าขาประจำที่เป็นบริษัทข้ามชาติทั้งหลายมีการใช้เงินลดลง ทั้งนี้น่าจะเป็นผลการเศรษฐกิจโลก ก็เลยทำให้เม็ดเงินโฆษณาในช่วงครึ่งปีแรกนี้ขยับขึ้นแบบเล็กๆ เท่านั้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 33 ฉบับที่ 2,865 วันที่  28  - 31   กรกฎาคม  พ.ศ. 2556