อีกก้าวของ มันเดย์ เอเยนซี่มันส์ ๆ ที่คิดสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบ

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์: 30 ก.ค. 2556

จิ๋ว...แต่ แจ๋ว คงเป็นคำบ่งบอกตัวตนครีเอทีฟเอเยนซี่อย่าง บริษัท มันเดย์ จำกัด ได้เป็นอย่างดี ระยะเวลาเพียง 6 ปีหลังจากเปิดบริษัทเมื่อปี 2550 มันเดย์สามารถสร้างชื่อในทุก ๆ มิติ ทั้งชิ้นงานโฆษณา ลูกค้าที่มาใช้บริการ ตลอดจนรางวัลต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศอีกนับไม่ถ้วน ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่มาจากมันสมองและชั่วโมงบินล้วน ๆ

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษสองซีซีโอดูโอ "วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา" และ "พรรษพล ลิมปิศิริสันต์" ประธานบริหารฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท มันเดย์ จำกัด

- ภาพรวมของมันเดย์ในวันนี้ แตกต่างไปจากเมื่อ 6 ปีที่แล้วบ้างหรือเปล่า

วิบูลย์ : คงเป็นโชคดีที่เปิดบริษัทมา 6 ปี แต่เรายังรักษาจุดยืนที่วางไว้ตั้งแต่วันแรก ๆ ที่มีความตั้งใจจะเปิดบริษัท โดยไม่ได้สนใจว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ต้องมีคุณภาพ มีครีเอทีฟเป็นหัวใจสำคัญ และใช้ความเป็นครีเอทีฟในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งยังเป็นจุดยืนที่รักษาไว้ได้ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้

พรรษพล : เราเดินมาตามแนวทางนี้ตลอด 6 ปี แล้วคนก็เชื่อในสิ่งที่เราทำ ส่งผลให้มีลูกค้า (แบรนด์สินค้า) มากขึ้น บางครั้งในเบรกโฆษณาหนึ่ง มีผลงานของมันเดย์ติดต่อกัน 4-5 เรื่อง ด้วยจำนวนลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์ มือถือ ทำให้แต่ละปี เราจะเข้าไป Pitching งานแค่ปีละ 1-2 ครั้ง เนื่องจากลูกค้าที่มีอยู่ค่อนข้างมีกิจกรรมที่ต่อเนื่อง

- จุดขายของมันเดย์ยังเหมือนเดิม

พรรษ พล : ปัจจุบันสิ่งที่ทำนอกเหนือจากงานครีเอทีฟ คือ การพัฒนาแผนก บริหารลูกค้า ที่มี พี่หน่อย (พนิดา พรหมจรรยา)เข้ามาช่วยขยายงานด้านการวางกลยุทธ์ เพื่อทำให้ลูกค้ามั่นใจว่างานโฆษณาที่ทำตอบโจทย์ได้ถูกต้อง

วิบูลย์ : วันนี้สิ่งที่ต้องทำคือ การเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เอเยนซี่ต้องขายงานที่เป็นไอเดียมากขึ้น พอได้แนวคิด จากนั้นจึงค่อย ๆ มาวางว่าเหมาะกับสื่อประเภทใด ให้สอดรับกับสถานการณ์ทางการตลาดของลูกค้าแต่ละราย

พรรษพล : มันเดย์จะเริ่มวางกลยุทธ์ตั้งแต่เริ่มต้น โดยเป็นกลยุทธ์ที่ต้องมีครีเอทีฟอยู่ในนั้นด้วย ไม่ได้ขายของอย่างเดียว เราจะอินกับโปรดักต์มาก และใช้เวลากับสินค้านั้น ๆ อย่างเช่น อิเกีย (IKEA) ที่เราไปถึงสวีเดน เพื่อศึกษาเรื่องราวความเป็นอิเกียอย่างลึกซึ้ง เพราะก่อนจะทำงานแต่ละชิ้นต้องเข้าใจสินค้าตัวนั้นอย่างละเอียด

ความ แตกต่างของมันเดย์อีกอย่างคือ การมีเจ้าของเป็นครีเอทีฟ มั่นใจได้ถึงความต่อเนื่อง บวกกับการมีเครือข่ายเอเยนซี่ยักษ์ใหญ่ของวงการอย่าง WPP คอยสนับสนุนด้านการเงิน และข้อมูลด้านผลวิจัย ต่างจากเอเยนซี่สัญชาติไทยรายอื่น ๆ ทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นมากขึ้น

ที่สำคัญ ลูกค้าที่เดินเข้ามาหามันเดย์ คือกลุ่มที่อยากทำงานกับเราจริง ๆ ไม่ใช่เป็นเพราะออร์เดอร์จากบริษัทแม่ในต่างประเทศ

- มุมมองของนักโฆษณามองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้เปลี่ยนไปอย่างไร

พรรษ พล : ยุคนี้คือยุคของ Generation Me คือ ผู้บริโภคมีความเป็นตัวเอง อยากให้คนอื่นเห็นเรื่องราวของตัวเอง ประกาศความเป็นตัวเอง เพราะมีช่องทางการสื่อสารเป็นของตัวเอง ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ กลายเป็น Generation Me ที่ไม่มีอายุมาเป็นข้อจำกัด ทำให้สื่อออนไลน์กลายเป็นช่องทางหนึ่งที่นักโฆษณาใช้เป็นสื่อเริ่มต้นสำหรับ ปล่อยผลงานโฆษณาไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่ง่ายและรวดเร็ว

สิ่งนี้กลายเป็นดาบสองคมได้ นั่นคือมีทั้งสิ่งที่ดี และไม่ดี ถ้า สิ่งดี ๆ ถูกสื่อออกไปก็ถือว่าดี แต่ถ้าเป็นสิ่งที่ไม่ดีก็จะถูกสื่อออกไปอย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นกัน ที่สำคัญไม่สามารถควบคุมสื่อนั้นได้

ในแง่ของนักโฆษณาเองก็ต้องมีจรรยาบรรณ เพราะทุกอย่างที่ถูกส่งออกไปจะกระจายอย่างรวดเร็ว แม้ว่าวันนี้ผู้บริโภคที่รับสื่อออนไลน์จะมีจำนวนไม่มาก แต่ก็กำลังเติบโต

อย่าง ไรก็ตามเชื่อว่าทีวียังเป็นสื่อหลัก เพราะคนต่างจังหวัดยังดูทีวี ดูละคร นักโฆษณาต้องจับทั้งกลุ่ม Generation Me และผู้บริโภคกลุ่มเดิมด้วย คือต้องทำอะไรควบคู่กันไป

- เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน แนวทางการทำงานของนักโฆษณายากขึ้นหรือไม่

วิบูลย์ : ถือว่ายากขึ้น เพราะควบคุมยาก ต้องมีความเชี่ยวชาญมากขึ้น ไม่เช่นนั้นอาจจะพลาดได้

พรรษ พล : ในแง่การวัดผล รู้ได้ทันทีว่าดีหรือไม่ดี เห็นได้ชัดจากจำนวนผู้เข้าไปดู จากการ Like กด Share ซึ่งเจ้าของสินค้าสามารถเห็นผลตอบรับไปพร้อม ๆ กับเอเยนซี่โฆษณา แตกต่างจากสมัยก่อนที่หนังโฆษณาออนแอร์แล้วก็จบ เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว ถ้าสินค้าขายดีก็อาจจะบอกได้ว่าโฆษณานั้นดี แต่วันนี้ต้องใช้หนังโฆษณาไปต่อยอดผ่านโซเชียล มีเดียด้วย ถ้าหนังไม่ดี ไม่โดน ก็ต้องหาจุดบกพร่องให้เจอ

วันนี้การใช้ช่องทางออนไลน์เสมือน การทำวิจัยผู้บริโภคไปพร้อมกัน ที่ได้ผลตอบรับที่รวดเร็ว แตกต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องรอผลวิจัยหลังหนังโฆษณาออนแอร์ไปแล้ว 3 เดือน

วิบูลย์ : แม้พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไป จำนวนสื่อขยายตัวขึ้น แต่มันเดย์ยังให้ความสำคัญกับการทำหนังโฆษณาให้น่าสนใจที่สุดยกตัวอย่าง โฆษณาทรูมูฟ เอช ที่มี ณเดชน์-ญาญ่า แค่มองตากันก็มีคนเข้าไปดู หยิบไป Share กลายเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาดูหนังโฆษณา ไม่ว่าจะอยู่ในเฟซบุ๊ก หรือสื่ออื่น ๆ แสดงให้เห็นว่าถ้าคอนเทนต์น่าสนใจ จะกระพือด้วยตัวเอง

- เป้าหมาย 3-5 ปีจากนี้ไปของมันเดย์

วิบูลย์ : เป้าหมายจากนี้ไปคือการสร้างบุคลากร เพราะเอเยนซี่คืองานขายความคิด ดังนั้นต้องสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้มาสานต่อทัศนคติการทำงาน รักษาความมุ่งมั่นที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกให้ได้ จากที่ผ่านมาเรามีโครงการ "มันเดย์สคูล" เพื่อสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ ๆ แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่ได้ทำงานร่วมกับบริษัท แต่เรายังต้องการสร้างบุคลากรให้แก่อุตสาหกรรมนี้ ขณะเดียวกัน มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในภาวะที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ทั้งพฤติกรรม ความคิดผู้บริโภค ช่องทางการสื่อสาร

ทุกวันนี้ เราทั้ง 2 คน (วิบูลย์และพรรษพล) ยังเดินหน้าทำงานทุกวัน ไม่ใช่แค่งานบริหาร แต่ยังออกไปดูการถ่ายทำหนังโฆษณาสินค้าเป็นประจำ เราไม่ได้รู้สึกว่าที่ไปเพราะต้องไป แต่คือความชอบ และรู้สึกสนุกไปกับการทำงาน

เรายังรู้สึกสนุกและมันส์กับการทำงาน ตามแบบฉบับมันเดย์เช่นเดิม