ป้ายบิลบอร์ดครึ่งปีเดี้ยง! สมาคมชี้ธุรกิจชะลอจ่าย ปล่อยโล่ง 20%

   สมาคมป้ายโฆษณาบ่นอุบตลาดครึ่งปีแรกโต 0%  ขณะที่บิลบอร์ดกลางแจ้งโล่งกว่า 20%  ย้ำพิษการเมืองสกัดความเชื่อมั่นนักลงทุน/นักการตลาด ชะลอการใช้จ่ายเงินโฆษณา รออานิสงส์บิ๊กอีเวนต์ครึ่งปีหลังดันตลาดฟื้น  ขณะที่ "3G"  ครองใช้บิลบอร์ดมากสุด  จับตาสื่อใหม่ LED คึกคักเหตุเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายชัดเจน
   ครึ่งปีแรกไม่เติบโต  พิษจากการเมืองไม่นิ่งนักลงทุนชะลอตัวรอดูสถานการณ์  คาดปลายปีตลาดป้ายโฆษณาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากใกล้งานอีเวนต์ขนาดใหญ่ เช่น ปีใหม่ มอเตอร์โชว์ วอนผู้ประกอบการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมเพื่อดำเนินระบบกลุ่มไปในทิศทางเดียวกัน   ด้านผู้ประกอบการมองสื่อใหม่เข้ามาแทนที่ ส่งผลกระทบตลาดป้ายนิ่งว่าง
    นายสาคร  ตรีธนจิตต์ นายกสมาคมป้ายและโฆษณา และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ส.ธนา มีเดีย จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ภาพรวมของตลาดป้ายโฆษณา หรือบิลบอร์ด ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมาไม่มีการเติบโตเลย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เติบโตราว 20%  โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมาจากปัญหาทางการเมือง ที่ทำให้นักลงทุนและนักการตลาดไม่กล้าใช้จ่ายเงินโฆษณาเพราะเกรงเรื่องฟองสบู่แตก  หรือปัญหาด้านอื่นๆ  แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าสถานการณ์นี้ไม่ถึงกับลำบากมากนัก   เพราะในช่วงปลายปีจะมีงานอีเวนต์ขนาดใหญ่เกิดขึ้นหลายงาน เช่น งานมอเตอร์โชว์  เทศกาลคริสมาสต์ และเทศกาลปีใหม่ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าจะผลักดันให้ตลาดครึ่งปีหลังกลับมาคึกคัก และมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%
    ขณะเดียวกันจากการสังเกตจะเห็นว่ามีป้ายบิลบอร์ดกลางแจ้งว่างอยู่ประมาณ 20% ของป้ายบิลบอร์ดทั้งหมด  โดยพื้นที่ว่างส่วนใหญ่มาจากโลเกชันที่ไม่ดี  และกำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบความแข็งแรง ขณะที่ในปัจจุบันที่มีสื่อใหม่เข้ามา เช่น ป้ายรูปแบบ LED และป้ายบิวดิ้งแล็ป เป็นต้น สมาคมมองว่าไม่ส่งผลกระทบอะไรต่อป้ายบิลบอร์ดกลางแจ้ง  เนื่องจากป้ายแต่ละลักษณะมีความแตกต่างกัน เพราะป้าย LED จะต้องตั้งอยู่ในเมืองและพื้นที่ๆมีรถติด  ขณะที่ป้ายบิลบอร์ดแบบนิ่งจะเหมาะสมกับพื้นที่บนทางด่วน เพราะจะสะดุดตาและจดจำสินค้าประเภทนั้นได้ง่ายกว่า
    "ในปีนี้สมาคมวางแผนขยายป้ายบิลบอร์ดเพิ่มขึ้นอีก 5%  จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1 พันป้าย  โดยจะใช้งบลงทุนการก่อสร้างเฉลี่ย  3- 4 ล้านบาทต่อป้าย โดยวางพื้นที่เป็นชานเมืองส่วนใหญ่   โดยปัจจุบันภาพรวมตลาดป้ายโฆษณามีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท  ธุรกิจที่นิยมใช้บริการได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 40%  และกลุ่มคอนซูเมอร์ 60%  ขณะเดียวกันในปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาดรวมเติบโตกว่า 30%  เนื่องจากมีนโยบายรถยนต์คันแรก  ส่งผลให้ธุรกิจยานยนต์เข้ามาใช้บริการส่วนนี้มากขึ้น  แต่ในปีนี้กลุ่มธุรกิจที่เข้ามาใช้บริการมากเป็นพิเศษ คือธุรกิจโทรคมนาคม เช่น การโฆษณา 3G 2100"
    นอกจากนี้สมาคมต้องการให้ผู้ประกอบการป้ายบิลบอร์ดทั่วประเทศเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับสมาคม จากปัจจุบันที่เป็นสมาชิกเพียง 50%   เพราะนอกจากจะช่วยแก้ไขในเรื่องความปลอดภัยของป้ายโฆษณาแล้ว  โดยมีตราสัญลักษณ์เซฟตี้เป็นมาตรฐานรับรองแล้ว ยังช่วยให้ผู้ประกอบการป้ายบิลบอร์ดมีทิศทางวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน  แต่ในปีนี้นับเป็นเรื่องดีที่ไม่มีสถิติป้ายบิลบอร์ดล้ม  เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ต้องประสบปัญหาป้ายบิลบอร์ดล้ม 2 ครั้ง
    ด้านนายเกียรติชัย พฤกษ์ไพบูลย์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็มวายเค คัลเลอร์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดจอโฆษณาระบบ LED เริ่มขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ อย่างเดียวที่มีจอประเภทดังกล่าวกว่า 100 จอ  และมีผู้เล่นมากกว่า 10 ราย ขณะที่ผู้เล่นเกือบทุกรายต่างมองโอกาสของตลาดนี้คือการขยายจุดพื้นที่โฆษณาให้ครอบคลุมมากที่สุด  ซึ่งหากมองการแข่งขันป้ายบิลบอร์ดใน    ขณะนี้นับว่าแข่งขันกันสูง  อีกทั้งป้ายบิลบอร์ดที่ว่างในขณะนี้เกิดจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการหันไปทดลองสื่อใหม่  ประกอบกับการขยายตัวของสื่อที่เพิ่มขึ้น  แต่มีงบการลงสื่อโฆษณาเท่าเดิม  ดังนั้นจึงทำให้สื่อดังกล่าวว่างอย่างที่เห็น
   "ขณะนี้บริษัทมีความกังวลในเรื่องของปัญหาการเมือง  เพราะหากการเมืองไม่นิ่งย่อมส่งผลการชะลอตัวของนักลงทุน  อีกทั้งในปัจจุบันลูกค้าที่เข้าไปทดลองสื่อใหม่  เช่น สื่อ LED เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ต้องการเผยแพร่โฆษณา และเจาะกลุ่มเป้าหมายต่างกัน  เพราะสื่อบิลบอร์ดที่เป็นป้ายนิ่งจะมีลูกค้าเป็นเจ้าของคนเดียว  แต่ในขณะที่ป้ายแอลอีดีจะมีลูกค้าหลายรายมาลงโฆษณาโดยได้หลายจุด  ซึ่งอัตราค่าโฆษณาส่วนใหญ่ทั่วไปของป้ายจะมีราคาใกล้เคียงกันประมาณ 3-4 แสนบาท"
    ปัจจุบันบริษัทไม่ได้เป็นสมาชิกของสมาคมป้ายและโฆษณา  เนื่องจากบริษัทมองว่าแต่ละองค์กรก็มีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป  ขณะที่ในเรื่องความปลอดภัยของป้ายบริษัทได้มีวิศวกรตรวจสอบเกือบทุกเดือน  ซึ่งตามมาตฐานสากลต้องตรวจสอบโครงสร้างป้าย 1 ปี/ครั้ง
    ด้านแผนการดำเนินธุรกิจ บริษัทจะขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยสนใจเข้าขยายตลาดในประเทศสิงคโปร์ และอินโดนีเซีย  เนื่องจากประเทศดังกล่าวเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง  ขณะนี้บริษัทกำลังอยู่ระหว่างศึกษาตลาด   ส่วนตลาดในประเทศปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตกว่า 30% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวจะมาจากการขยายธุรกิจทั้ง 3 ประเภท คือ 1.ขยายพื้นที่ธุรกิจโฆษณาบิวดิ้งแรพจำนวน 5 อาคาร  2.ขยายจอระบบแอลอีดีตามบริเวณที่รถติด และมีผู้บริโภคหนาแน่น 3.ขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ